+Paaphod.

month

May 2013

15 posts

May 31, 20133,344 notes
May 23, 2013630 notes
May 22, 201320 notes
May 22, 2013266 notes
May 22, 2013293 notes
May 18, 20131,635 notes
May 18, 20133,453 notes
May 18, 20137 notes
May 18, 20138 notes
May 18, 20133 notes
May 18, 20137 notes
#btob #btob in thailand
May 18, 20139 notes
#btob #btob in thailand #wow #2nd confession
May 03, 20132,260 notes
May 01, 201313 notes
May 01, 2013112 notes

April 2013

8 posts

If Ren is a cat then the rest of NU'EST are most definitely dogs - Ren pairings explained in animal gifs

minkimouse:

BaekRen: Ren pretty much lets him do whatever he wants and just ignores him

image

MinRen: He isn’t necessarily violent with Minhyun but will get sassy and to tell him to stop

image

ARen: Ready to stop Aron’s attacks as soon as they happen

image

JRen: Ren is the most violent with JR and JR just sits and takes it

image

Apr 01, 2013626 notes
Apr 01, 20131,941 notes
Apr 01, 20135,116 notes
Apr 01, 2013100 notes
Apr 01, 201339 notes
Apr 01, 201389 notes
Apr 01, 201399 notes
Apr 01, 201339 notes

March 2013

4 posts

[SF] Actually ?

[SF] Actually ?
MYUNGJONG
PG-13
@Paaphod


’ @leesungjong_th: วันนี้ซองจงไปกองถ่ายเอ็มวีของเควิลที่มยองซูร่วมแสดงด้วยค่ะ!^^ (cr.qhuong) ‘

’ @leesungjong_th: [แฟนแอคที่กองถ่าย(130325)] มยองซู ซองจงและเมเนเจอร์เล่นดิสโก้ปังๆ(เครื่องเล่น)ด้วยกัน
ตอนแรกมยองซูไม่อยากเล่นแต่ซองจงอยากจะเล่น ซองจงก็เลยขึ้นไปเล่นก่อน หลังจากนั้นมยองซูก็ตามไปแล้วก็เล่นด้วยกัน (Cr.qhuong) ‘

’ @BlacklemonLjong: [Fanacc] 130325 มยองซูถ่ายมิวสิควิดีโออยู่นั้น แล้วซองจงก็มาเล่นด้วยกันㅋㅋㅋㅋ
เล่นดิสโก้ปังๆ ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีจริงๆ ㅋㅋㅋㅋ (Cr: wjddbfk) ‘

“พี่จองรยอลลลลลลลล” ผมเรียกหาพี่เมเนเจอร์ดังลั่น
อยู่คนเดียว ไม่สิ อยู่กับพี่เมเนเจอร์… นี่มันน่าเบื่อมากนะ ;___;

“มีอะไรฮะซองจงงี่” พี่จองรยอลเดินหน้ามุ่ยเข้ามา

“อยากไปหาพี่มยองซูอะ พาไปหน่อยน้าาาาา”
ผมปั้นหน้าอ้อนพี่จองรยอลจนเขายอมใจอ่อน
ผมไม่ได้อยากไปหาพี่มยองซูหรอก
จริง ๆ แล้ว ผมอยากไปสวนสนุกมากกว่า > <

วันนี้ไม่มีใครอยู่ที่หอเลย จริง ๆ ผมกับพี่มยองซูต้องอยู่บ้าน
แต่เพราะพี่มยองซูต้องไปถ่าย MV ของรุ่นพี่เควิล ผมเลยต้องเฝ้าบ้านตามระเบียบ
ตอนแรกผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก จนกระทั่งได้รู้ว่า
…พี่มยองซูไปถ่ายเอ็มวีที่สวนสนุก !!

คิมมยองซู ! มันจะมากไปแล้วนะะะะ ทำไมผมถึงไม่ได้ไปล่ะ แง่งงงงงง !
พี่นี่นะ กล้าทิ้งให้ผมอยู่คนเดียว(กับเมเนเจอร์) แล้วตัวเองไปสวนสนุกเนี่ยนะ
อีซองจงคนนี้จะไม่ยอมอีกต่อไป อีซองจงจะไม่ทนนนนนนน

ผมดีดดิ้นอยู่บนที่นอน ฟาดแขนฟาดขาใส่ตุ๊กตาหมีตัวยักษ์ของผมจนหนำใจ
ก่อนจะเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองด้วยการเรียกพี่จองรยอลให้พาผมไปหาพี่แอลเนี่ยแหละ !

“เห้อ นายนี่นะซองจง ทำฉันลำบากอยู่เรื่อย …”
พี่จองรยอลขับรถไปบ่นไป ผมเองก็ตัดปัญหาด้วยการใส่หูฟังเร่งเสียงจนสุด

“นายได้ยินฉันไหมซองจง… ย๊าาาาา อีซองจง !”
พี่จองรยอลตะโกนใส่หูผม อ๊ากกกกก อะไรกัน T^T

“อะไรครับบบบบ ?” ผมขานรับพลางทำหน้าบึน

“นายจะไปหามยองซูทำไม ?”
แย่แล้ว.. ถ้าบอกว่าจริง ๆ ผมอยากไปสวนสนุกนี่พี่จองรยอลต้องหักรถกลับหอทันทีแน่
ฮืออออออ จะตอบว่าไงดีล่ะอีซองคิดสิคิด ๆๆๆๆๆ

“ผะ..ผม..ผมคิดถึงพี่แอล !!”

“ห๊า ???”

“คะ…คือ.. ซองจงคุยกับพี่แอลเมื่อคืนเรื่องเล่นเกมอะฮะ แล้ว..แล้ว.. แล้วยังไม่ได้เล่นเลย.. ทีนี้…”

“พอเถอะอีซองจง อยากไปสวนสนุกก็บอก… เห้อ ขับมาถึงนี่แล้วก็ไปเถอะ -_-“

“กรี๊ดดดดดด จริงปะฮะ ขอบคุณมากเลยนะพี่จองรยอลลลลลล”
ผมเอาหน้าไถกับไหล่พี่จองรยอลไปมา เย้ ! ในที่สุดก็ได้ไปสวนสนุก เอ้ย ! ไปหาพี่มยองซูแล้ว

“อย่ากรี๊ดแบบนี้สิซองจง เสียงแหลมกว่าผู้หญิงอีกนะ เห้อ”
พี่จองรยอลส่ายหัวกับความน่ารัก(?)ของผม คิคิคิคิ เจอกันแน่ ดิสโก้ปังๆ~

ในที่สุดรถของพวกเราก็เลี้ยวเข้าสู่ Wolmi Theme Park
คนเยอะมากเลยนะเนี่ย หรือพวกเขาจะรู้กันว่าพี่มยองซูมาถ่ายเอ็มวีกันที่นี่น่ะ ?
อินสปิริทของเราเนี่ยสุดยอดไปเลยนะ ( ’ ‘)

ผมเดินหาพี่มยองซูไปเรื่อย ๆ มองซ้ายมองขวาจนคอแทบจะหัก -_-
ไม่รู้ว่านี่ไปถ่ายเอ็มวีหรือเล่นซ่อนหากันนะ ไปถ่ายเอ็มวีกันถึงไหนเนี่ย ?
ถ้าหาไม่เจอภายใน 5 นาทีนะ อีซองจงจะหนีไปเล่นคนเดียวแล้วนะ !
อุตส่าห์มาตามหาก่อน ว่าจะไปเจอกันก่อนซะหน่อยค่อยแว่บออกมา
นี่ไม่โผล่หน้ามาเลย แล้วอีซองจงจะทำยังไงงงงงง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด โอปป้ายาาาา~”
“ฉันอิจฉาเด็กคนนั้นจังเลยยยย กรี๊ดดดดด”
“มยองซูโอปป้าซารางเฮโยวววววว”

ผมหันไปทางเสียงกรี๊ดพวกนั้น สาวน้อยสาวใหญ่รุมล้อมอยู่ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน
ข้างในฝูงชนต้องเป็นพี่มยองซูแน่ ๆ ไม่รู้ป่านนี้เป็นไงบ้าง
แล้วแฟน ๆ นี่ก็นะ ผมก็ออกจะน่ารักขนาดนี้ ทำไมต้องไปชอบอะไรคิมมยองซูเยอะแยะ
อะไรกัน พี่แอลคิมหล่อขนาดนั้นเลยรึไง ? ก็แค่ผมมองหน้าพี่เขาแล้วใจเต้นเท่านั้นเอง -/-

ผมเดินตรงไปทางที่ฝูงชนยืนกันอยู่ ถอยออกมาห่าง ๆ แล้วเขย่งตัวมองภายในวงล้อมนั้น..
อื้อหือออออ อุ้มเด็กมาขนาดนั้นแถมให้เด็กหอมแก้มอีกต่างหาก !
ไม่แปลกใจเลยที่แม่ยกของพี่จะกรี๊ดลืมตายกันขนาดนั้น
คงอยากจะสลายร่างให้ตัวเล็กเท่าเด็กอนุบาลไม่ก็ถอดวิญญาณเข้าสิงเด็กคนนั้นแน่ ๆ -_-

ผมตัดสินใจเดินอ้อมไปข้างหลัง เพื่อเข้าไปหาพี่ทีมงานแทน
เห้อ~ ฝ่าวงล้อมตรงนี้เข้าไปผมคงโดนแม่ยกพี่แอลเหยียบตายแน่ ๆ
คนหล่อนี่น่าอิจฉาจริง ๆ วันเกิดทีนี่ได้ของขวัญซะชาตินี้ไม่ต้องซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคอะไรแล้ว
แถมยังมีอีเวนท์ให้พี่แอลตลอด จะวันเกิดวันเลี้ยงน้องหมาวันคัมแบควันอะไรก็มีให้หมด
ให้ตายสิ ซองจงคนเมนน้อยให้ทำยังไงได้ ทั้งที่ออกจะน่ารัก สวย(?) เต้น(เกิร์ลกรุ๊ป)เก่ง ทำไมไม่สนบ้าง

“อ้าว น้องซองจงนี่ ?!”
พี่ทีมงานเรียกผม ทำให้ผมที่กำลังคิดอะไร(อกุศล)เพลิน ๆ หลุดจากภวังค์

“สวัสดีครับบบบบ ^^”
ผมทักทายทุกคนในกองถ่ายด้วยรอยยิ้มประหนึ่งขายลูกอมรสมะนาว

“อ้าวซองจง มาที่นี่ได้ไงเนี่ย” พี่มยองซูเดินกลับเข้ามาในที่พักกองถ่าย
แหม~ ไม่ไปแฟนเซอร์วิสต่ออีกหน่อยล่ะพี่ ..เห็นแอลคิมเงียบ ๆ ลูกไม้เพียบนะครับ

“ก็ว่าง ๆ เลยมาหาพี่แอลเนี่ยแหละ..”

“แต่จริง ๆ อยากมาเที่ยวสินะ ตลอดเลยนะนายเนี่ยยย”
พี่มยองซูพูดแทรกก่อนจะขยี้หัวผมเล่น ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากทำหน้าบึนใส่

“รู้ทันตลอดอะ !” ผมสะบัดบ๊อบใส่พี่มยองซู พลางทำหน้ามุ่ย

“แน่นอน ก็พี่รักของพี่นี่..”

“ห๊ะ ? อะไรนะ ?” ผมหันไปจ้องหน้าพี่แอลคิม…
….หล่อมากกกกกกกกกกกกก….

“เป็นอะไรไปซองจง ร้อนเหรอ หน้าเริ่มแดง ๆ นะ”
พี่แอลยิ่งเอาหน้ามาจ่อใกล้ ๆ อีก ตายแล้ววววววววว อีซองจงไม่ทนนะ ฮืออออ T^T

“ปะ..เปล่า… พี่แอลถ่ายเสร็จยังอะครับ ?”

“ของวันนี้เสร็จแล้วล่ะ.. ไปเที่ยวกัน”
พี่มยองซูโอบผมก่อนจะหันมายิ้มให้….
…ผมรู้แล้วล่ะ… ทำไมแม่ยกพี่แอลถึงได้รักพี่แอลขนาดนั้น… T///T

เราสองคน(กับเมเนเจอร์ที่เดินตามห่างๆ) เดินเล่นไปทั่วสวนสนุก
…เช่นเดียวกับแฟนคลับที่เดินตามมาไม่หยุดหย่อนเช่นกัน..
ผมก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้างนะฮือ T^T
แต่ก็นั่นแหละ ทำตัวน่ารัก ๆ ไว้แฟนคลับจะได้รัก หื้มมม อีซองจงน่ารักจริง ๆ

“หิวมั้ย กินซอฟต์ครีมมั้ย เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้”
พี่มยองซูคลายโอบผม ก่อนจะหันมายิ้มให้บาง ๆ

“ก็ได้..”

“หน้าแดง ๆ จริง ๆ นะซองจง ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย ?”
ตายแล้ว นี่ผมเขินออกหน้าออกตาขนาดนี้เลยเหรอ ;-;

“เปล่านะเปล่าๆๆๆ ไปซื้อไอติมเหอะพี่มยองซู”
ผมรีบ ๆ ไล่พี่มยองซูออกไปก่อนที่ผมจะอาการหนักมากไปกว่านี้
อีซองจงงงงง ใจร่ม ๆ ไว้อีซองจง !


ผมโดนเด็กน้อยไล่มาแหละครับ หึหึ
ซองจงตอนเขินน่ารักชะมัด ผมไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าซองจงเขินผมนะ
วันนี้ผมดีใจมากเลยนะที่ซองจงมาหาผม ถึงรู้ว่าเด็กคนนั้นมาเพราะอยากเที่ยวก็ตาม
แต่ก็เอาเถอะ แค่ผมไม่โดนเขาโกรธเพราะผมมาถ่ายเอ็มวีที่สวนสนุกโดยไม่ชวนเขาก็ดีแล้ว

“มยองซูน่ารักมากเลยอะ ซื้อไอติมไปฝากซองจงด้วย”
“สองคนนี้รักกันจะตาย”
“แล้วซองยอลล่ะ ฮืออ ฉันซูยอลชิปเปอร์นะ!”

ระหว่างทางที่ผมเดินถือซอฟต์ครีมไปให้ซองจง ผมก็ได้ยินคำพูดแปลก ๆ
ตลกชะมัดแฟนคลับพวกนี้ ผมกับซองยอลงั้นเหรอ ? พวกผมไม่ฆ่ากันตายก็ดีแล้ว
ซองยอลชอบแกล้งชาวบ้านจะตาย ไม่รู้หลวมตัวไปสนิทกับมันได้ไง -_-

“มาแล้วครับ ซอฟต์ครีมของซองจง” ผมยื่นให้แบบหล่อ ๆ

“ขอบคุณมากครับ” ซองจงก้มหน้าก้มตารับไป
ฮึ้ย น่ารักชะมัด !

“แอล ! ฉากนี้ดีมากเลยนะ ขอเลยๆ กินซอฟต์ครีมน่ารักมาก”
อยู่ ๆ พี่ผู้กำกับก็วิ่งมาทางผมกับซองจง อะไรน่ะ.. ถ่ายอีกหรอ ?

“โห้ยยย สวนสนุกก็ต้องมีซอฟต์ครีมสิ นี่ฉันพลาดไปได้ไง ^+$€¥#*…”
พี่ผู้กำกับก็ยังคงบ่นกับท้องฟ้าและสายลมต่อไป รีบถ่ายเถอะครับ ผมอยากไปเที่ยวกับซองจง

“พี่มยองซู.. ซองจงไปรอตรงนู้นก่อนแล้วกันนะ”
ซองจงชี้นิ้วเล็กไปตรงมุมข้างเครื่องเล่นอะไรสักอย่าง
ผมพยักหน้ารับก่อนจัดการกับธุระของผมต่อไป..


พี่มยองซูนี่งานเยอะดีจัง ถ่ายหนังถ่ายละครออกรายการถ่ายเอ็มวี
ซองจงคนสวยคนนี้ไม่เห็นมีงานเลย ทั้งที่ออกรายการอะไรก็ทำเต็มที่ตลอด
อีซองจงจะไม่ทนจริง ๆ นะ คราวหน้ามีรายการอะไรต้องเกาะพี่แอลคิมไปบ้างแล้ว!

ผมนั่งมองพี่มยองซูถ่ายเอ็มวีต่อไป ฉากกินซอฟต์ครีมเป็นฉากที่น่ารักจริง ๆ แหละ
ยิ่งเป็นคุณคิมมยองซูด้วยแล้วนะ.. ให้ตายเหอะ หล่อมากกกกกกก
ถ่ายเอ็มวีในอากาศร้อนมานาน… ไอติมเริ่มมีปฏิกริยากับความร้อนแล้วละลายลงมา..

“แอล ! อย่าเช็ดนะ ขอไอติมละลายอย่างนั้นนั่นแหละ !!”
ห้ะ ?!!!! อะไรของเขาน่ะ ????!!!

“ไอติมละลายแล้วววว กรี๊ดดดด”
“มยองซูอาาา ให้ฉันช่วยเลียมั้ยคะ คิคิคิ”

ให้ตายเถอะแม่คุณณณณ นี่กินกิมจิลืมหมักกันรึไงครับ คิดอะไรอกุศลกันจริง ๆ -_-
แต่ก็นั่นแหละ พออยู่บนมือพี่มยองซูแล้ว.. มันน่าเลียจริง ๆ นะ…
…ให้ตายสิผมคิดอะไรของผมอยู่เนี่ยยยยยยยย T^T
ผมสะบัดหัวสองสามทีก่อนลูบหัวป้อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาก็พบกับสายตาแบบนั้น..
สายตาสงสัยปนห่วงใยถูกส่งมาทางผม..
ให้ตายเถอะ นี่พี่จะทำผมหัวใจวายก่อนได้เล่นดิสโก้ปังๆ อีกนะ…


“เสร็จแล้ว ! ทำได้ดีมากเลยมยองซู ! ขอบคุณมากนะ”

“ครับผม ขอบคุณเหมือนกันครับ” ทีมงานรีบวิ่งเอาทิชชู่มาให้ผม
จริง ๆ ผมไม่เครียดหรอกกับไอติมที่มันเลอะมืออยู่เนี่ย..
คนที่นั่งรอผมตรงนั้นต่างหาก อยู่ๆ ก็จ้องผมตาไม่กระพริบขึ้นมา
สักพักก็ส่ายหัวใหญ่เลย ไม่รู้เป็นอะไรของเขา ฮ่ะๆ

“เสร็จแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย ถ้ามีถ่ายอีกจะไปเล่นคนเดียวแล่ว”
ซองจงเดินตรงมาทำหน้ามุ่ยใส่ผม ผมทำเขาอารมณ์เสียแล้วสินะเนี่ย

“เสร็จแล้วน่า ไปเถอะ อยากเล่นอะไรเดี๋ยวพี่เลี้ยงเลยเอ้า !”

“จริงป้ะะะ น่ารักที่สุดเลยพี่แอลเนี่ย”
เด็กน้อยข้าง ๆ ผมกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ
คนน่ารักทำอะไรก็น่ารักไปหมดเลยสินะ

“พี่มยองซูอาาาาา” อยู่ ๆ ซองจงก็หยุดเดินก่อนจะกลับมาจับมือผม..
อย่าทำแบบนี้นะอีซองจง ฉันมีความอดทนจำกัดนะ…

“มีอะไรหรอ ?” ผมหลบสายตาซองจง ให้ตายสิ ใจเต้น…

“อะไรรร แค่นี่กลัวหรอ ?? เนี่ย ซองจงอยากเล่นดิสโก้ปังๆ”

“อื้ม งั้นก็.. เล่นไปสิ พี่ไม่เล่นอะ…”

“เล่นด้วยกันน้าาาา ไม่น่ากลัวหรอก ดู ๆๆๆ ดูเขาเล่นกันสนุกจะตาย”
ผมเงยหน้าไปมองตามที่ซองจงบอก.. นี่มันเครื่องเล่นอะไรเนี่ย
ผู้คนบนเครื่องกำลังถูกเหวี่ยงไปตามแรงของเครื่องเล่น
แต่ละคนเริ่มตัวเบียดเข้าหากันเรื่อย ๆ … ผมลอบมองซองจงเงียบ ๆ
… โอกาสขนาดนี้จะพลาดหรอคิมมยองซู !

“อ้ะ รอบเราแล้ว พี่แอลไม่เล่นใช่ปะ เล่นคนเดียวก็ได้”
ซองจงมองผมอย่างปลง ๆ ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นเครื่องไป

“อ้ะ.. รอเดี๋ยวสิพี่เล่นด้วย !”
ผมตะโกนบอกซองจงก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนเครื่องเล่นด้วยกัน
ผมนั่งลงข้าง ๆ ซองจง ก่อนจะส่งยิ้มบางให้คนตัวเล็ก

“ไม่ต้องกลัวนะคิมมยองซู ! อีซองจงจะปกป้องนายเอง ! ฮ่าๆๆๆๆๆ”
ซองจงแซวผมที่กำลังหลบสายตาเขา…
ผมไม่ได้กลัวนะ… ผมว่าผมเขินแหละ…

เครื่องเล่นเริ่มเดินเครื่องของมันอีกครั้ง จากที่หมุนเหวี่ยงช้า ๆ
ก็ค่อย ๆ เพิ่มความแรงขึ้น จนทำให้คนข้าง ๆ ผมที่ตัวเล็กอยู่แล้วเอนตัวลงใส่ผมเต็ม ๆ
ผมโอบร่างเล็กนั้นไว้หลวม ๆ ก่อนแรงเหวี่ยงจะทำให้ซองจงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดผมทั้งตัว

“อ๊ะ! ผมขอโทษ”
ซองจงขอโทษผมที่ตัวเขามากระแทกผมอย่างจัง
ฉันไม่เป็นไรเลยซองจง แค่นายอยู่ในอ้อมแขนฉันแบบนี้ เจ็บแค่นิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก…

“ช่างมันเถอะ”
ผมกระซิบข้างหูซองจง เพราะเสียงกรี๊ดที่ดังทำให้ผมไม่สามารถพูดคุยแบบปกติได้
ด้วยแรงเหวี่ยงนั่นทำให้ผมที่กำลังกระซิบอยู่ข้างคนตัวเล็กโน้มตัวเข้าใส่เขาอย่างจัง
…จมูกของผมฝังอยู่บนแก้มเนียนของซองจงไปเรียบร้อย…
หอมจริง ๆ ..

“โอ้ะ! พี่ขอโทษ”

“มะ..ไม่เป็นไร..”
ซองจงหันหน้าหนี ก้มหัวงุด ๆ ด้วยความเขิน โอ๊ยยยยยย น่ารักเป็นบ้า

ในที่สุดเครื่องเล่นก็หยุดลง ผมจับมือซองจงให้ลงมาด้วยกัน
เด็กน้อยของผมก็ยังคงเดินก้มหน้ามองพื้นต่อไปเรื่อย ๆ จนเกือบจะชนถังขยะ -_-
ผมเลยแก้ปัญหาด้วยโอบซองจงให้เข้ามาใกล้ ๆ ตัวผมมากขึ้น..

“กลับหอเลยมั้ย ?” ผมก้มลงไปถามซองจงที่ยังคงก้มหน้างุด ๆ อยู่

“ก็ได้..ครับ”


อ๊ากกกกกกก อีซองจงอยากตายยยยย อีซองจงจะไม่ทน พังครับอีซองจง พังงงงงง
ไม่นะ แก้มเนียนใสหอมกลิ่นมะนาวอ่อนของผมเจอพี่มยองซูหล่อลื่นขโมยหอมไปซะแล้ว !
เขินมากครับ ยอมรับเลยว่าเขินจนแทบจะแตกตัวแล้วซึมลงผืนดินไปเลย
จับมือลงมาอีกนะ ! เห็นจะเดินถังขยะเลยเข้ามาโอบอีก ! ม่ายยยยยย
แล้วอย่างนี้อีซองจงจะทำอะไรได้ ก็ได้แต่ก้มหน้าจนคิดว่าถ้าจูบกับพื้นดินได้คงทำไปแล้ว TT
แต่ถามว่าชอบมั้ย…. ชอบครับ…
ฮืออออออ คิมมยองซู มารับผิดชอบอีซองจงเดี๋ยวนี้เลยนะ !

ผมตัดสินใจคุยกับพี่แอลบนรถ เพราะถ้าผมไม่คุยเนี่ย..
ทั้งรถคงจะมีแต่เสียงเพลงย้อนรำลึกความหลังสมัยพี่จองรยอลยังเป็นนักร้องอยู่แน่ๆ …

“พี่แอล”

“หืม” พี่แอลหันมาจ้องผม.. อีกแล้วครับ อีกแล้ว ซองจงอยากระเบิดตัวเอง !

“ขอบคุณครับ” ผมใจดีสู้เสือด้วยการส่งยิ้มหวานกลับ
ท่องในใจรัวๆๆ ถ้าเครียดหรือไม่สบายใจก็ขอให้กินลูกอมรสมะนาวนะครับๆๆๆ
ได้ผลแฮะ ! พี่แอลหันหน้าหนีไปเลย กรี๊ดดดดดด ออกตัวแรงบ่อย ๆ แบบนี้สบายซองจงสิ

“ขอบคุณ..เรื่องอะไร” พี่แอลถามโดยไม่มองผม

“ก็… บนเครื่องเล่นไง ถ้าพี่ไม่กอดไว้ ผมคงปลิวตกไปแล่ว ตัวซองจงเล็กจะตาย ฮ่าๆๆๆ”
ผมจับเนื้อจับตัวบ่งบอกว่าตัวผมเล็กจริง ๆ นะ แต่..

“ตัวเล็กจริง ๆ ด้วย”
กร๊าชชชชชช คิมมยองซูกอดผมมม กอดไม่พอเอาหน้ามาไซร้อีก ฮืออออ ตัวจะแตกแล้ว

“พี่แอลอะ !” ผมตีพี่แอลไปสองสามที บ่งบอกให้รู้ว่าผมเขินแล้วนะ ! TT

“อะไรกันเล่า ฮ่าๆๆๆ ว่าแต่วันนี้ชอบไหม สนุกไหม ?”
พี่แอลกลับมาจ้องผมอีกครั้ง สายตาแบบนั้นมันทำให้ผมไม่อยากจะวางฟอร์มอะไรอีกแล้ว

“สนุกมากเลย ชอบมากด้วย.. ทั้งสวนสนุก.. ทั้งคนที่เล่นด้วย…”
ผมตอบพี่แอลพลางมองตาพี่เขาไป ถึงประโยคสุดท้ายมันจะเบามากจนเหมือนเสียงกระซิบ
แต่ผมเชื่อว่าคนตรงหน้าผมต้องได้ยินมันแน่ ๆ

“จริงหรอ ? พี่ก็ชอบคนที่มาหาพี่เหมือนกัน” พี่แอลยิ้มหวานให้ผม
เป็นรอยยิ้มที่ดูแล้วดีใจสุด ๆ ไปเลยนะ ^^

พี่มยองซูกอดผมอีกครั้ง แล้วผมก็หลับไปในอ้อมกอดเขาตลอดทางจนถึงหอพัก…


ซองจงชอบเล่นสนุก ซองจงชอบสวนสนุก ผมรู้…
จริง ๆ ผมรับงานนี้เพราะอะไรกันนะ เพราะทางค่ายงั้นหรอ ?
หรือที่จริงแล้ว.. ผมอยากให้ซองจงได้ไปเที่ยวกับผมกันแน่ ? ^^

มานั่งคิดดูอีกทีแล้ว.. ถึงวันนี้พี่แอลไม่ถ่ายเอ็มวีที่สวนสนุก..
ถ้าถามว่าผมจะไปหาพี่มยองซูไหม ? ซองจงไปนะ
ก็ไม่ได้เบื่อหรือเหงาอะไรหรอก เพราะอยากเที่ยวงั้นหรอ ?
หรือที่จริงแล้ว.. ผมอยากเจอพี่แอลกันแน่นะ ? ^^


“พี่จองรยอลลลลลลลลล” ผมตะโกนเรียกพี่เมเนเจอร์

“อะไรเล่า วันนี้ยังเที่ยวไม่พออีกหรอออออ”

“เปล่าครับ แค่จะบอกว่า.. ถ้าพี่แอลมีงานเดี่ยวที่ไหนอีก… พาผมไปหาเขาด้วยนะ ! ^^”


- END -
talk : ฟิคมยองจงลัดคิวบังโล่ ถถถถถถถถถถถ
เห็นโมเมนต์ที่สวนสนุกแล้วฟินมาก จับมายำรวมกันและพบว่ามันใช่ ! 55555555
ฮรือฟินง่ออออว์ คู่เมนคู่อื่นคะ ขอแบบนี้บ้างงงงงงค่ะ -/////-

Mar 29, 20138 notes
#myungjong
130322 KBS MUSICBANK

sweet0903:

햇살처럼 밝게 웃는 성종이.

Mar 27, 201326 notes
130326 유희열의 스케치북

sweet0903:

성종씨 준비 됐어요~?

네! 하고 대답하는 성종이. 예쁘당!


건반치는 예쁘니쫑ㅠㅠㅠㅠㅠ

Mar 27, 201331 notes
Mar 03, 2013686 notes

January 2013

11 posts

[SF] Synchronization Rate 100%

[SF] Synchronization Rate 100%
Author : Paaphod
Pairing : BANGZELO
Rate : PG-13 

 

 

 

 

“โอ๊ยยยยยย สายอีกแน่เลยยย” 

ผมไถสเก็ตบอร์ดอันโปรดของผมไปตามถนนยามเช้าที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ โรงเรียนผมเข้าเรียนตอนแปดโมง 
นี่มันก็ใกล้จะแปดโมงเช้าอยู่แล้ว ผมชักอยากจะมีพลังพวกจัมพ์เปอร์ เทเลพอร์ต ไม่ก็วิชานินจาบ้างซะแล้วสิ 
ถ้าคราวนี้ผมสายอีกผมต้องโดนเรียกผู้ปกครองแน่ ๆ เลย โฮฮฮฮฮฮ


“ทำไมคนเยอะจังวะ แม่งงงงงง”


ผมเริ่มสบถตามประสาเด็กม.ปลาย ก่อนจะกระดกสเก็ตบอร์ดของตัวเองขึ้นไว้ข้างลำตัว
พลางวิ่งฝ่าผู้คนมากมายที่ออกันอยู่หน้าทางขึ้นสถานีรถไฟ ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ
ทำไมพระเจ้าต้องบันดาลให้บ้านผมอยู่ไกลจากโรงเรียน ถึงจะใกล้สถานีรถไฟ แต่มันดันไม่ผ่านโรงเรียนซะนี่ !
พระเจ้าต้องกลั่นแกล้งผมแน่ พระเจ้าทำร้ายผมแน่นอน ! 
พอพ้นฝูงชน ผมก็เริ่มก้าวขึ้นบนสเก็ตบอร์ดอีกครั้ง…


“เห้ยมึงระวัง !” มีเสียงคนตะโกนขึ้นข้างหน้าผม


โครม !


“เห้ยแม่ง ขับร.. เอ้ย.. เล่นสเก็ตบอร์ดประสาอะไรวะ ! ไม่เห็นคนไง๊ ??”


“นายเห็นคนเล่นสเก็ตบอร์ดมาแล้วทำไมไม่รู้จักหลบล่ะ คนยิ่งรีบ ๆ อยู่” ผมปัดตัวสองสามทีก่อนจะก้าวขึ้นบนสเก็ตบอร์ด
รีบจนไม่เงยหน้าขึ้นไปมองด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้ไปชนใครเข้า


“ชเวจุนฮง ! นี่คิดจะหนีหรอ ?!”


“นี่นายรู้ชื่อฉันได้ไงอะ !” ผมหันไปตามเสียงเรียก.. ก่อนที่หัวใจเริ่มสั่นเพราะคนตรงหน้า… เหมือนเขามาก.. แต่ก็ไม่เหมือนเลย…


“กระเป๋านายน่ะ.. โถเด็กน้อย.. เห้ยมึงทำไมเด็กสมัยนี้ตัวสูงจังวะ ว่ามะ ?” รุ่นพี่คนนั้นหันไปถามเพื่อนอีกคน

เขาใส่ชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนผม แต่เพื่อนพี่เขาหล่อมาก หล่อจนสงสัยว่าเป็นเพื่อนกันได้ยังไง..


“นายจะหาเรื่องอะไรนักหนาเนี่ย” ผมเริ่มชักสีหน้า


“เด็กสมัยนี้ขอโทษสักคำก็ไม่มี เอามานี่เลยสเก็ตบอร์ดนายน่ะ ! อ้อ แล้วฉันน่ะชื่อบังยงกุกเว้ย !” พูดจบพี่แกก็กระชากสเก็ตบอร์ดผมไป

บังยงกุก… งั้นหรอ


“รู้จักล่ะสิ บังยงนัมน่ะ” พี่สุดหล่อเมื่อกี้เดินตรงมาถามผม


“ไม่เชิงหรอกครับ ผมน่ะ..ผมปลื้มเขามากเลย..” จริง ๆ จะว่าปลื้มมันคงจะน้อยไปด้วยซ้ำ ผมชอบเขามากเลยแหละ

ผมเจอพี่เขาครั้งแรกที่ยิม หลังจากนั้นก็ไปตามหาในหนังสือวารสารต่าง ๆ ของโรงเรียน จนได้รู้ว่าเขาเป็นใคร
พี่ยงนัมทั้งเรียนเก่ง เล่นกีฬาเก่ง ร้องเพลงก็เพราะ มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะทำให้ใครสักคนตกหลุมรัก..


“คุยอะไรอยู่วะฮิมชาน ?” รุ่นพี่ยงกุกไถสเก็ตบอร์ดของผมกลับมาด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ


“เหมือนน้องเขาจะรู้จักพี่มึงอะ ฮ่า ๆ ” พี่… ?


“เด็กใหม่รู้จักยงนัมด้วยหรอวะ ? …เอ้า ทำหน้างงอีก ไอ้ยงนัมน่่ะพี่ฉัน แต่ก็ห่างกันไม่กี่วิหรอก” รุ่นพี่ยงกุกพูดพลางหน้าบู้


“… ทำไมไม่เห็นเหมือนกันเลย ?” ผมเผลอหลุดปากออกไป


“ฮะ ?! เออใช่ซิ๊~ มันหล่อ มันเท่ แล้วไง ? ฉันก็หน้าตาเหมือนมันนะเว้ย โว้ะ !” 
ไอ้คุณพี่(?)ยงกุก อยู่ ๆ ก็โมโหขึ้นมาเฉย แล้วก็ถีบสเก็ตบอร์ดออกไป…


“ก็ผมน่ะโคตร…. เห้ยยยยยยยยย !!! สเก็ตบอร์ดดดดดดดดดดดดดด”


ตู้ม !


สเก็ตบอร์ดของผม… ลงไปตรงท่อระบายน้ำที่ฝาท่อพังพอดี…


“อ๊ากกกกกกกกกกกก สเก็ตบอร์ดดลงท่อไปแล้ววววว ไอ้คุณพี่ยงกุก !!! งม !!!! งมเดี๋ยวนี้ !!!!”


“จ..จะบ้าเรอะ ?!! ให้ฉันไปงมเนี่ยนะ ???!!!!”


“เออ !!! เห้ย จะสายแล้ว.. งมไปนะ ! เดี๋ยวตอนเย็นผมตามไปเอา !!”


ผมพูดจบก็รีบบิ่งไปโรงเรียนที่ห่างไปอีกไม่ไกลนัก

…ผมจะได้สเก็ตบอร์ดคืนไหม… 

.




.




.

“ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สเก็ตบอร์ดนายคงเป็นอาหารน้องเห้แถวนั้นไปแล้วล่ะ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ไอ้คุณพี่แดฮยอนหัวเราะรัว ๆ
ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นแฟนพี่ยองแจคนดีของผมนะ ป่านนี้ชกหน้าไปแล้ว พี่ยองแจหลวมตัวคบกับมันได้ไง


“ไปแซวน้อง ! นายนี่นะ” พี่ยองแจห้าม เหมือนรู้ใจผมเลยแฮะ “ว่าแต่ รู้หรอว่าพี่ยงกุกอยู่ห้องไหน ?”


“ไม่รู้อ่ะ.. นายรู้ป้ะออบ ?” ผมถามเพื่อนซี้


“ไม่รู้ดิ… รู้แต่พี่ฮิมชานอยู่ห้อง 1…” จงออบตอบหน้านิ่ง ๆ ถึงจริง ๆ จะปลื้มพี่ฮิมชานแค่ไหนก็เถอะ


“เออ ๆ ฉันก็รู้แต่พี่ยงนัมอยู่ห้อง 3” ผมพึมพำ


“เห้ย ยงนัมอยู่ห้อง 1” พี่แดฮยอนพูดขึ้น


“หืม ? วันนั้นผมเดินตามพี่ยงนัมจากยิม แล้วเห็นพี่เขาเดินไปห้อง 3 นะ..โอ้ะ หมดเวลาพักแล้ว ผมไปก่อนนะ มีสอบด้วย”


“เดี๋ยว.. พี่ยงนัมเขา…” พี่ยองแจตะโกนไล่หลังมา แต่ไม่เป็นไรหรอก คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ตอนเย็นผมไปถามพี่ยงนัมดีกว่าว่าพี่ยงกุกอยู่ห้องไหน เนียนไปเลยในตัว ฮิฮิ

.




.




.

ผมเดินข้ามตึกไปจนถึงปี 3 ห้อง 3 ที่พี่ยงนัมอยู่… ไม่มีเสียงอะไรออกมาจากห้องเลย.. อะไรกัน ไม่มีใครอยู่เลยหรอ..
ผมเดินเข้าไปในห้อง แล้วสายตาของผมก็ไปสะดุดอยู่ที่มุมหลังห้องตรงประตู… พี่ยงนัมกำลังหลับอยู่… ผมค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ ..
แล้วก็เห็นว่านิ้วของพี่เขากระดิกเบา ๆ ตามจังหวะ.. เขายังไม่ได้หลับสนิทดี ผมคงเข้าใกล้ไปกว่านี้ไม่ได้แล้วสินะ…

ผมตัดสินใจหันหลังเดินออกจากห้องไปช้า ๆ พยายามรบกวนเขาให้น้อยที่สุด…
…ผมก้าวพ้นประตูได้ 4-5 เมตร ก็มีเสียงเรียกขึ้น…


“จุนฮง !” ผมหันกลับไปตามเสียงเรียก ก็พบพี่ยงกุกชะโงกหน้าออกมาจากห้อง


“ว่าไงครับคุณยงกุก.. สเก็ตบอร์ดของผมเป็นยังไงบ้างครับ..” ผมประชดก่อนเดินกลับเข้าไปในห้อง สเก็ตบอร์ดวางอยู่บนโต๊ะเรียน


ผมเหลือบมองตรงมุมหลังห้องนั่นอีกครั้ง… 
… ไม่อยู่แล้ว … คงวิ่งออกไปเมื่อกี๊สินะ …



“นายนี่.. น่ารักดีนะ” ระหว่างที่ผมเหม่อ พี่ยงกุกก็ขยี้ผมของผมซะฟู


“โอ๊ย ! ทำอะไรของนายเนี่ย กว่าจะเซตได้ โว้ะ !” ผมลูบผมแปล้ ๆ


“ชอบยงนัมสินะ” คำพูดของพี่ยงกุก ทำเอาผมหายใจสะดุด


“ชะ…ใช่… แล้วจะทำไม ?”


“ก็.. เปล๊า..”


“จะบอกอะไรให้นะ พี่ยงกุกไม่เหมือนนายสักนิด.. เขาทั้งเก่ง ทั้งเท่ ! แล้วก็ดูอบอุ่นมาก ๆ ด้วย”


“นายคงยังไม่รู้สินะ…” พี่ยงกุกยิ้มน้อย ๆ ให้ผม


“…”


“ยงนัมน่ะ.. ไปอเมริกาตั้งแต่เปิดเทอมแล้ว… ฉันถึงได้สงสัยไง.. ว่านายรู้จักยงนัมได้ไง”


“หมายความว่าไง ?! แล้วคนที่ฉันแอบดู…โอ๊ะ..”ผมรีบเอามือปิดปากไว้ สับสนไปหมด นี่มันเรื่องอะไรกัน


“หมายความว่า คนที่นายไปแอบดูอยู่ทุกวัน.. ไม่ใช่ยงนัมที่แสนอบอุ่นคนนั้น…
แต่เป็นฉัน.. ที่นิสัยไม่ดีคนนี้แหละ…” พี่ยงกุกยิ้มหวาน

หรือเรื่องที่พี่แดฮยอนกับพี่ยองแจพูด ก็คือเรื่องนี้…


“ไม่จริง… ผมดูเขาทุกวัน เขาไม่เถื่อนแบบพี่แน่ ๆ !”


“นายก็แค่ดู… นายเคยคุยกับฉันหรอ ?” คำพูดของพี่ยงกุกทำให้ผมนิ่งไป


“…”


“นายไม่เคยคุยกับฉัน.. แต่ฉันเห็นนายทุกวันนะ.. ดูสีหัวนายสิเด่นจะตาย ทำไมจะจำไม่ได้ ?”


“…”


“นายน่ารักจริง ๆ นะ.. น่ารักซะจนฉันคิดว่า… ถ้าฉันเป็นยงนัมให้นายชอบต่อไปเรื่อย ๆ ก็คงดี…”


“…” ประโยคนี้ทำให้หน้าของผมร้อนผ่าว ไม่นะ.. ผมต้องไม่คิดเข้าข้างตัวเอง…


“…แต่เอาเถอะ ถ้านายจะชอบยงนัมต่อไปฉันก็คงทำอะไรไม่ได้… แต่อยากให้รู้… ถึงนายจะชอบยงนัม แต่ความรู้สึกของนาย
มันเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับที่ยงนัมเป็นฉัน…”  พี่ยงกุกลูบหัวผมเบา ๆ 


“…เมื่อนายชอบคนอบอุ่น.. ฉันก็พร้อมจะเป็นคนอบอุ่นให้นายเหมือนกัน… สนใจ..คบกับคนอบอุ่นแบบฉันดูมั้ยล่ะ ?”


เหมือนเวลาหยุด… เหมือนทุกอย่างในโลกมันไม่เคลื่อนไหว 

ชั่ววินาทีหนึ่ง.. มันกลับทำให้ผมรู้สึกอะไรบางอย่าง..


“ฉันว่า… ลึก ๆ ฉันชอบคนเถื่อน ๆ มากกว่านะ..” ผมกระซิบเบา ๆ ก้มหน้าซ่อนรอยแดง ๆ บนแก้ม


ผมจะไม่หลอกตัวเองหรอกว่า จริง ๆ แล้วผมชอบพี่ยงกุก…
ผมชอบที่ตัวเขา ชอบไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ชื่ออะไร… ถึงจะเหมือนกันแค่ไหน ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่..
ขอให้เขาเป็นแบบนี้ เป็นคนที่รักผม และเป็นคนที่ผมคิดว่าผมรักต่อไปก็พอแล้ว..
และถึงพี่ยงนัมกลับมา ผมก็มั่นใจว่าคนที่ผมจะแอบมองต่อไป ก็คือพี่ยงกุกนี่แหละ..

ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ยงนัม ก่อนจะพบรอยยิ้มกว้าง..



“เด็กบ้าเอ๊ย !” พี่ยงกุกคว้าตัวผมไปกอด


…อบอุ่นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด…








- end -








Talk :

โอ้ย แต่งเรื่องนี้ไว้นานมากแต่ไม่รู้จะเอาลงเมื่อไร
ลงมันวันนี้แหละ รักนะบีเอพี 1 ปีแล้ว เย้  ^^

Jan 26, 20130 notes
Jan 22, 20131,293 notes
Jan 22, 2013230 notes
Jan 22, 20131,928 notes
Play
Jan 22, 20134 notes
Jan 22, 201312 notes
Jan 22, 20131,643 notes
Jan 15, 201314,436 notes
Jan 15, 2013265 notes
Jan 15, 2013265 notes
Jan 03, 20131,244 notes

December 2012

2 posts

Dec 15, 20123,499 notes
Jongup, are you wearing any underwear?

maralazo:

image

And here it comes…

image

Dec 15, 201210 notes

November 2012

1 post

121005 : I found you, my bigbang.

มันนานมากแล้วล่ะ 555555 แต่เห็นในทวิตมีคนอัพเรื่องเจอบีเอพี ทำให้คิดได้ว่า
‘เออ กูยังไม่ได้อัพเลยนี่หว่า’ 55555555

ตอนนั้นที่ไป ไปแบบกระท่อนกระแท่นมาก
ห้าหน่อมาวันที่ 4 วันเกิดโพดพอดี
เลยเอาวะ วันเกิดปีนี้ ขอให้เจอบิ๊กแบงเป็นของขวัญเถอะ…

เช้าวันที่ 5 ตื่นแต่เช้ามาเตรียมตัว บอกน้องว่าอยู่บ้านดีดีนะ
(นี่ทิ้งน้องป.1 ไว้บ้านคนเดียว เลวมาก 55555)
ส่วนอีเจ้มันรีบขึ้นรถไปเลย
บ้านโพดอยู่หนองจอก ไกลมากกกกก
แล้วตอนแรกไปไม่ถูกด้วย ดีนะพกไอแพดไว้
ถ้าใครที่ฟอลโพดก่อนจะไปดุสิตจะเห็นเลยว่า
โพดแม่งบ่นหลงตลอด 55555555

นั่งรถไปชิว ๆ ตั้งใจจะไปให้ทันมื้อเช้า
(เพราะเห็นในทวิตว่าเจอเซโล่กินข้าวเช้าที่ดุสิต เลยอยากเจอบิ๊กแบงกินข้าวเช้าบ้าง 55555)
แต่ด้วยสภาพอนุสาวรีย์ที่้ีนหดอิ่ิเนเาส้ดาิวดิสดมาก(?)
เลยทำให้ไปถึงซะเที่ยงเลย -____-
นัดเด็กไว้ที่แมค จากนั้นสองศรีพี่น้องก็ระหกระเหินกระโจนขึ้นแท็กซี่ไปที่ดุสิตธานีโดยพลัน
ก่อนลงนี่ตกลงกันอย่างดี
‘อันยองนะ ยอโบนะ บลาๆ 555555’
พอถึงโรงแรม โชคดีมากตรงที่มีฝรั่งอยู่ข้างหน้า
เลยเดินตามเข้าไป 55555555555
เนียนลงไปตรงที่จอดรถ ลงไปหารถห้าหน่อ
ตอนนั้นจำได้ว่า ป้ายทะเบียน 8888 มั้ง
แต่หาไม่เจอ แล้วตอนหลังมารู้ว่าไม่ใช่ -____-
เราก็หา ๆ ๆๆๆๆๆๆ หาให้ตายก็หาห้าหน่อไม่เจอ
เปิดทวิตดูเจอว่าจียงอยู่ที่สระว่ายน้ำ
เราก็เดินหาสระว่ายน้ำ หาไม่เจอเลยค่ะ
เลยเดินขึ้นไปตรงลิฟ ปรากฎว่าต้องใช้คีย์การ์ดถึงจะขึ้นลิฟได้
เราไม่รู้ มีฝรั่งเดินเข้ามา เขาเสียบคีย์การ์ด จึก!
เหยดดดด ได้ขึ้นลิฟแล้วค่ะ เกร้ดดดดดด
แล้วก็ระหกระเหินเดินวนไปทุกชั้น
เดินเท่าไรก็เจอแต่ห้อง ซึ่งไม่รู้ว่าห้องใคร
เลยลงลิฟแบบตัวเปื่อย (แต่พอตอนหลังมารู้ว่าแบคอัพอยุ่ห้องตรงนั้น กรี๊ดดดด ชั้นเดินผ่านหน้าห้องจซม. -/////-)

ตัดสินใจเดินตามป้ายอีกรอบ
แล้วก็พบหนทางสู่สระว่ายน้ำ (ซึ่งเดินผ่านมาตลอด-___-)
แล้วภาพที่เห็นคือมีวีไอพีห้าหกยืนดู…
จียงกับแทยังว่ายน้ำ!!!!!!
สตั๊นเข้าหน้ามาเลยค่ะ มองแบบปริ่มมากกกก
ยืนดูตอนนั้นคือแบบ น้ำตาไหลเลย
ชอบบิ๊กแบงมาสี่ปี ไม่เคยเจอกัน
มันเหมือนความฝันตลอดสี่ปีเป็นจริงอะ
เราก็ยืนดู(ปนแอบถ่ายรูป) ไปเรื่อยๆ
นานอยู่เหมือนกัน แล้วแดนเซอร์เริ่มเดินออกมา
ที่อัพไปว่าใกล้มาก ๆ เพราะการ์ดไม่กันแดนเซอร์เลย
โจซองมินหล่อมาก คือติ่งพี่โจอยู่แล้ว ตอนนั้นพูดไม่เป็นภาษาคนแล้ว 55555555555
พอสักพักการ์ดเกาหลีเริ่มมาบอกให้ออกไป เราก็รู้ละห้าหน่อมันต้องออกมาแน่ ๆ เลย
เราเลยไปยืนดูข้างนอก

ข้างนอกจะมีฟิตเนส ซึ่งตรงนี้ขอขอบคุณดุสิตธานีมาก ๆ
ที่ทำเป็นกระจกใสแล้วก็มีมูลี่บาง ๆ กั้น -//-
เอาวะ นั่งเพ่งดูผู้ชายเราต่อไป สักพักจียงอแกมา
พี่แกไม่ใส่เสื้ออกมาค่ะ !!!!! เดินเอาเสื้อปิดนมไว้ อิชั้นก็แบ้บบบบ กรี๊ดดดดดดดดดด
พอเดินผ่านฉันไปได้สักพัก นางเอาเสื้อมาใส่
เลยกรี๊ดดดดดด ๆ -/-

มีรถเข็นอาหารกับน้ำออกมา
น้องสาวสุดจี๊ดของชั้นเลยวิ่งไปขอหลอดน้ำแตวโมแทยังมา
อยากจะเอาไปประมูลมาก เพราะแทยังนั่งดูดอยู่จริง ๆ

เราก็ฟิน ๆ กันไปสักพัก ก็เริ่มเห็นว่าเน่อยู่ในฟิตเนสตลอดนะ
แล้วเน่ก็เดินออกมาาาาาาา กรี๊ด
อีซึงฮยอนของชั้น เมนชั้นนนนน
การ์ดน้อยมาก แทบไม่มีเลย น้องเดินตัวปลิวเลย
แต่ฟินมากกกกกกกก ใกล้มาก
เพราะด้าแอบเนียนเดินชิดพวกเรา 55555

ทีนี้พอด้าเดินออกไป เราแบบ โว้ยไม่รออิพี่โป้ละ
เดินตามด้าออกไป แต่คลาดกันตรงล็อบบี้
พอมองไปสักพักเห็นผู้หญิงเดินออกมา เราก็เดินตาม พอมองไปมองมา
‘จีน่าาาาาาา จีน่านี่’
ชิบหายยยย นี่เดินตามจีน่ามาตลอดทางค่ะพี่น้อง
น่ารักมาก ๆ เราก้แบบ ‘จีน่าอันยอง อันยอง’
จีน่าก็ยิ้มแล้วก็โบกมือให้ ขั้นก็แบบ ปริ่มมมม
พอจะเดินออกจากตรงนั้น
พี่ชเวทาก็ลงมาค่ะ !! ชุดดำทั้งตัวเลย กรี๊ดดดด
หล่อมาก แต่การ์ดแบบ เยอะมาก -___-
พอพี่ชเวเดินไปเข้าฟิตเนส เราก็ไปยืนส่อง
พี่แกก็วิ่ง ๆ ไป สักพักเจอเขื่อนเคโอติกเดินออกมา -3-
เราก็ทักๆ พี่เขาก็แซว ๆ เล่นกับกลุ่มวีไอพี
เราก็ถ่ายรูปอะไรไปเสร็จก็มายืนข้าง ๆ
การ์ดเกาหลีเดินผ่าน เราก็ยิ้มแล้วก็พยักหน้าให้
เขาก็ยิ้มกลับ กรี๊ดดดดดดดด
การ์ดหล่อมากค่ะ ตราตรึงที่สุด (การ์ดยังไม่เว้น 55555)
พอรอ ๆ ไปสักพัก แทยังก็ออกมา อีกเช่นเคย ใกล้มากกกก -/- เปียเบ้มาเต็มมากค่ะ
เราก็รออีกสักพัก พูดง่าแบบ เออถ้าบ่ายสองครึ่งพี่ทัปไม่ออกมาจะกลับแล้วนะ
รออีกสักพักพี่ทัปออกมากับชาบูนิมค่ะ ตายคาที่ค่ะ
พี่ทัปสูงอยู่นะ หุ่นดีมาก ๆ
ตอนนั้นมีพี่ปู่บวมด้วย ที่โดนแก้วทิ่มมือ
พออึ้งเสร็จเราก็เดินตามพี่ทัปไป แต่เขาไปทางแอบ ๆ(?)
เราเลย เออพอละ กลับบ้านดีกว่า (ไม่ได้ไปคอน งืออออ)

แต่ประสบการณ์คราวนี้สุดติ่งจริง ๆ สุดยอดมาก -/-
เขินมาก และเข้าใจแล้วทำไมเพื่อนชอบไปตามผู้ชายกันนัก (?!) 5555555555

จบการเวิ่นเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ ♥

Nov 28, 20122 notes

October 2012

55 posts

Oct 22, 201242 notes
Oct 22, 2012183 notes
Oct 22, 201274 notes
Play
Oct 22, 201227 notes
Oct 22, 2012307 notes
Oct 22, 2012345 notes
48 H O U R s ( 5 )



- 5 -

 

 

 

“ลีดเดอร์ !” ชานยอลอ้าปากค้าง รีบวิ่งจากบันได คุกเข่าลงกับพื้นแลวมองร่างของจุนมยอนที่หายใจรวยริน  จงอินวิ่งเข้ามาประคองศีรษะของจุนมยอนไว้ที่ตัก ก่อนจะช่วยห้ามเลือดที่ออกจากออกโดยใช้มือของเขา  เศษแก้วแทงเข้าไปในกระดูกซี่โครงขวาของจุนมยอน  ขณะที่กางเกงของจงอินก็เปื้อนเลือดเพิ่มขึ้น…

 

“ลีดเดอร์ !! จุนมยอน นายจะตายไมได้นะ !!” ชานยอลร้องไห้พลางมองจุนมยอนที่หายใจรวยรินขึ้นทุกที

 

“ฉัน…ฉัน… ทำไม..เป็นลีดเดอร์…” แบคฮยอนพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา

 

จงอินหันไปมองแบคฮยอนอย่างเงียบ ๆ ชานยอลวิ่งเข้ามาผลักแบคฮยอนอย่างแรง น้ำตาของเขาพรั่งพรูออกมา…

 

“นายทำอะไรลงไป !!” แบคฮยอนเริ่มสะอึ้นและส่ายหัวไปมาทันที

 

อี้ชิงลดตัวลงแล้วแตะไหล่แบคฮยอน “ถึงเวลาต้องพูดแล้ว…เกิดอะไรขึ้น”

 

“ฉันออกมาหาน้ำ…” แบคฮยอนมองไปที่อี้ชิง

 

“ฉันรู้.. หลังจากนั้นล่ะ ?” อี้ชิงถาม

 

“ฉันเดินไปที่โซฟา แล้วฉันก็เจอคนๆคนนึง…  ใส่หมวก… ยืนอยู่หน้ากระจกพร้อมกับมีด… และไฟฉาย…”  แบคฮยอนพูดตะกุกตะกักเรื่อย ๆ

 

“เขามองมาที่ฉัน… ยกมีดขึ้น… และเดินมาทางฉัน…” แบคฮยอนพูดก่อนจะเริ่มร้องไห้

 

“แล้ว… แล้ว… เขายื่นมือมาทางฉัน… ฉันเลยผลักเขา….” แบคฮยอนพูด “เขาล้มลงไปที่กระจก… กระจกก็เลยแตก…”

 

“แล้วนายก็ฆ่าเขา…” เทาถามขึ้น

 

“ไม่ ! ไม่นะ ! ฉันไม่ได้อยากฆ่าเขา !! ฉันไม่ได้ตั้งใจฆ่าเขานะ !!” เขามองไปที่ทุกคน

“เขานอนอยู่บนพื้น แล้วพูดอะไรสักอย่างที่ฉันจับใจความไม่ได้…” ดวงตาของแบคฮยอนบอกผมว่ามันยากลำบากมากในการรื้อฟื้นเหตุการณ์พวกนั้น…

 

“แล้ว…เขาก็คลานมาหาฉัน… แล้วจับมือฉัน…”

 

ไม่มีใครพูดอะไรอีก… เหมือนทุกอย่างชัดเจนในตัวของมันเองแล้วว่า… หลังจากนั้นแบคฮยอนก็หยิบเศษกระจกขึนมาแล้วแทงไปที่จุนมยอน…

 

“ลีดเดอร์…” เซฮุนและคยองซูก้าวไปข้างหน้า พวกเราที่เหลือไม่ได้ก้าวตามไป เพื่อให้พื้นที่กับพวกเขา…

 

ลมหายใจของจุนมยอนถี่ขึ้นทุกที เขาสูญเสียความสามารถในการพูดไปแล้ว และทำแค่พยักหน้าไปเรื่อย ๆ …จุนมยอนมองทุกคนและคว้าของจงอิน เหมือนกับต้องการจะสื่ออะไรบางอย่าง… ในที่สุด น้ำตาก็ร่วงหล่น…พร้อมกับลมหายใจที่หยุดไป…

 

พวกเขาอาจจะไม่ร้องไห้ต่อก็ได้.. ผมเพิ่งสังเกตเห็น ไม่มีมีดอยู่ที่พื้นนั่น มีแค่ไขควง..

 

ลู่หานหยิบไขควงขึ้น และหยิบสกรูที่หล่นอยู่ที่พื้นขึ้นมา แล้วมองที่แบคฮยอน

“บางทีมีดที่นายเห็นอาจจะเป็นนี่” ลู่หานยกไขควงขึ้น “ก่อนที่พวกเราจะขึ้นบันไดไป จุนมยอนบอกฉันว่า เขาได้ยินอะไรบางอย่างจากในกระจกนั่น” ลู่หานพูดต่อ “เขาไม่ได้บอกพวกเรา และก็ลงมาคนเดียว”

 

“แล้วทำไมนายไม่บอกเราล่ะ” จงอินมองลู่หานอย่างเคียดแค้น ลู่หานไม่พูดอะไร…

 

“ถึงลู่หานจะรู้ว่าจุนมยอนลงมา แต่นายก็ไม่ควรจะโยนความผิดให้คนอื่นนะ !” เทาพูดว่าถึงคนที่พูดโดยไม่ได้คิด…

 

“เป็นเพราะเขานั่นแหละที่ลงมาโดยไม่เปิดไฟ เลยทำให้แบคฮยอนเข้าใจผิด !” ลู่หานตอบ

 

“นี่พวกนาย…” เทาพูดพลางพับแขนเสื้อ “ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะแบคฮยอน… ไม่มีประโยชน์ที่เราจะมาเถียงกัน… สุดท้ายก็แค่แบคฮยอนที่ไม่ไว้ใจเรา และคิดว่าเราจะมาฆ่าเขากลางดึก !”

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ…” แบคฮยอนพร้อมเสียงสะอื้น “ฉันคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิต….”

 

“แบคฮยอนไร้เดียงสากว่าที่นายคิด และนายเองก็ไม่ควรตัดสินเขาแบบนั้นนะ” ชานยอลมองไปที่พื้นแทนที่จะมองเทา “ลีดเดอร์ต้องให้อภัยเขาแน่ ตราบใดที่แบคฮยอนไม่ได้ตั้งใจ…”

 

“เหอะ.. ยังไงมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่อำนาจของฉันอยู่แล้วนี่” ตาของเทาเริ่มแดงก่ำอีกครั้ง “พวกนายทุกคนไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันกับฉันแต่แรกอยู่นี่”

 

“หวงจื่อเทา หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ !!!” ลู่หานตวาดเป็นภาษาจีน

 

“ถ้านายไม่อยากอยู่ทีมนี้มากขนาดนั้น…” จงอินลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า “พวกเราก็ไม่ต้องการนาย”

 

“นี่คิดว่าฉันไม่เคยพูดแบบนั้นหรอ ?”เทาส่งสายตาเป็นประกายก่อนจะก้าวไปด้านหน้า

 

“นี่นายอยากมีเรื่องรึไง ?” จงอินฉายความโกรธในแววตา

 

“นี่นายคิดว่าจะชนะฉันเหรอ ?” เทาสะบัดหัวของเขาแล้วจ้องไปที่จงอิน

 

“พอได้แล้ว” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

 

คยองซูช่วงพยุงแบคฮยอนให้ลุกขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปน้ำตา แบคฮยอนหันหลับไปมองร่างของจุนมยอนเป็นครั้งสุดท้าย อี้ชิงเดินไปดึงเทาให้ถอยออกมา เทามองอี้ชิงอย่างไม่พอใจ ขณะที่อี้ชิงส่ายหัวน้อย ๆ

ชานยอลมองแบคฮยอนอย่างไม่วางตา ขณะที่จงอินนั่งลงกับพื้นราวกับว่าจะไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไปแล้ว

 

“นี่มันก็แค่ส่วนหนึ่งของเกม”  ผมพูดกับจงอิน

 

ลู่หานมองพวกเราสองคนก่อนจะเดินมาดึงจงอินให้ลุกขึ้น

“พาลีดเดอร์ไปที่ชั้นใต้ดินเถอะ”

 

 

เหมือนกับว่าอยู่ในการแข่งขัน… จงอินลุกขึ้นแล้วยกร่างของจุนมยอนลงไปที่ชั้นใต้ดินกับชานยอล ลู่หานรีบวิ่งไปช่วยเปิดประตู  คยองซูนั่งลงเช็ดคราบเลือดที่พื้นและเก็บเศษกระจก…. พวกเราแยกออกจากกันอย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ชานยอลปีนบันไดขึ้นไปข้างบน  ผมคว้าข้อมือลู่หานไว้ก่อนเขาจะขึ้นไป

 

“ข้างบนมีน้ำมั้ย ?” ผมถามเขา

 

เขาส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์  “ฉันดูจนทั่วแล้วไม่มีเลย แม้แต่ในห้องน้ำ… มีแต่พวกแอลกอฮอล์.. มีหลายแบบเลยด้วย”

 

เหล้างั้นเหรอ ? การดื่มเหล้ามันก็ไม่ใช่เองเลวร้ายเท่าไร ถ้าผมจะมีสติขึ้นมาอีกทีตอนนาฬิกานับถึงเลขศูนย์…

 

“พวกเรามีอาหาร…”  อี้ชิงพูดขึ้น ผมมองอี้ชิง พยายามซ่อนความกังวลของผมไป

 

“จริงด้วย..” ลู่หานก้มหน้าลง และยังคงเงียบ

 

“นายหิวเหรอ ?” อี้ชิงเบิกตาแล้วถามลู่หานด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก

 

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา อี้ชิงต้องลดน้ำหนักเพื่อเตรียมตัวเดบิวท์ และลู่หานก็เป็นคนขโมยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป…

 

“นายต้องหิวแน่ ๆ” อี้ชิงพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเดิม

 

การกระทำเล็ก ๆ บางอย่าง… ได้กลายเป็นนิสัยติดตัวไปตลอดชีวิต…

 

 

ลู่หานเงยหน้าขึ้นสบสายตากับอี้ชิง ขณะที่อี้ชิงจับมือเล็ก ๆ ของลู่หานไปที่ครัว… ผมเดินตามพวกเขาไป มองอี้ชิงเปิดตู้เย็นแล้วหยิบแซนด์วิซชิ้นหนึ่งออกมา

 

“มีแต่แบบที่แช่เย็นนี่แหละ… กินเร็ว ๆ …กินที่นี่แหละ” ลู่หานมองที่อี้ชิง รับแซนด์วิซและเริ่มกิน เขาพยายามเคี้ยวและกลืนแซนด์วิซลงไป พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานาน…

 

“เอาอีกมั้ย ?” อี้ชิงถามพลางชี้ไปที่ตู้เย็น

 

“ฉันดีขึ้นแล้วล่ะ” ลู่หานเช็ดปาก “ถ้าฉันไม่ขึ้นไปตอนนี้ พวกนั้นต้องสงสัยแน่”

 

ลู่หานหันมองผม… “ขอบคุณ”  เขาพูด

 

สุดท้ายลู่หานก็ยังคงห่างเหินกับผมอยู่ดี แต่มันก็เป็นแค่แซนด์วิซ… ผมพบว่าคำขอบคุณมันไม่จำเป็นเท่ากับ… เขาเป็นหนี้บุญคุณผมแล้ว…

 

“นายอยากให้เทาสักอัน…” เขายังคงจ้องผม

 

“ลืมไปได้เลย… มันเสี่ยงเกินไป” ผมครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะพูด “อีกอย่าง เขาไม่ค่อยได้ออกแรงเท่าไรอยู่แล้ว”

 

“งั้น… ฉันไปนะ” ลู่หานแตะบ่าอี้ชิง แล้วพยักหน้ากับผมก่อนจะขึ้นไป ทิ้งผมให้อยู่อี้ชิงที่ห้องครัว

 

 

 

ในค่ำคืนที่แสนมืดมิด… ด้วยแสงริบหรี่จากดวงจันทร์ ผมรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อฤดูหนาวเมื่อ 5 ปีที่แล้ว… เทศกาลไหว้พระจันทร์ในฤดูใบไม้ผลิ…

 

…ตอนนั้นอี้ชิงยืนอยู่ข้างผม ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสลัวจากดวงจันทร์… เขาเล่าเรื่องความฝันของเขา และความหวังที่เขาพามาที่เกาหลีด้วย…

 

“ประธานบอกฉันว่า ถ้าฉันกลับไปที่เกาหลีนะ..ฉันจะมี SNS เป็นของตัวเอง !“ อิ้ชิงพูดอย่างมีความสุข “ฉันจะเล่นเป็นใครสักคน.. ถ้าฉันไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมแน่”

 

 

 

ก่อนหน้านี้… เขาทั้งพูดเก่งและร่าเริงมาก ไม่เหมือนกับคนที่ดูเงียบขรึมและใจเย็นแบบนี้…

 

“ฉันไม่เหมือนนาย.. ฉันเติบโตมาอย่างยากลำบาก… และฉันก็ไม่ชอบคนที่จัดการอะไร ๆ ได้ดีด้วย…” เขาก้มหน้าลง “ฉันต้องประสบความสำเร็จสักเรื่อง.. ไม่สิ ฉันต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด !”

 

“นายสนใจใครบ้าง ?” ผมถาม  อี้ชิงลูบคางของเขาแล้วนึกขึ้น

 

“อืม… พ่อ, แม่, ปู่, ย่า, เพื่อน ๆ ในโรงเรียนฉัน.. เพื่อนในห้องฉันด้วย.. คุณครูประจำชั้น.. โอ๊ะ ครูที่สอนฉันร้องเพลงด้วย รุ่นน้องคนอื่น…”

 

“แล้วมีสักที่คนที่เป็นแฟนคลับฉันล่ะ ?” ผมยิ้ม

 

“นี่นายกำลังคิดว่านายมีแฟนคลับมากกว่าฉันงั้นหรอ ?” เขาทำหน้าบู้

ผมก้มหน้าลง แล้วยิ้ม “ไม่มีหรอก”

 

บอกตามตรง.. ผมไม่อยากให้ตัวเองดูน่าสมเพช ผมถึงสนใจเรื่องตลกพวกนี้อยู่บ้าง…

 

อี้ชิงซ้อมเต้นอย่างบ้าคลั่ง เขามักจะไปถึงห้องซ้อมเป็นคนแรก และออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย เขาเต้นตอนที่คนอื่นหลับ หรือแม้แต่ตอนที่คนอื่นรวมตัวกันเพื่อทานมื้อเที่ยง… เวลาที่คนอื่นพักผ่อน เขาก็ยังคงซ้อมเต้น  คนที่ไม่ได้เลือกเขาไม่มีทางเลือกแต่เริ่มสังเกตเห็น… มองเห็นเทรนนี่ชาวจีนคนหนึ่งตัวเปียกชุ่มอย่างกับโดนฝนในห้องซ้อม…

 

“พี่อี้ชิงชอบเต้นมาก ๆ”  ชานยอลที่อยู่ห้องเดียวกันกับผมบอกผม

 

“เขาหมดหวังแล้วล่ะที่จะเดบิวท์” คยองซูกระซิบกับจุนมยอน ผมบังเอิญได้ยินตอนเดินผ่าน…

 

 

 

ตอนฤดูหนาวปี 2010 บางสิ่งบางอย่างได้เปลี่ยนไป… เขาดูเงียบขรึมขึ้นและใจเย็นกว่าแต่ก่อน…


ผมเดินมาที่ห้องน้ำแล้วเห็นขวดไวน์ขวดหนึ่ง อยู่ในมือของอี้ชิงที่ยังดูมีสติอยู่

เขาเคยเป็นคนที่ระมัดระวังทุกอย่าง หลีกเลี่ยงทุกอย่างที่จะทำให้ผิดกฎ…

เขาเงยหน้าขึ้นแล้วเริ่มหัวเราะ “นายคิดว่าพวกเรากลายเป็นพวกโง่ ๆ มั้ย ?”

ผมรับขวดไวน์จากอี้ชิง นั่งลงและเริ่มดื่มกับเขา..

 

“ฉันเลิกกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว…”

 

“ก็แค่เลิกกันน่า.. ยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว” ผมพูด

 

“ฉันซ้อมเต้นมากเกินไป…” เขาพูดต่อ “นั่นทำให้ฉันสูญเสียทุกอย่าง… ฉันจะยังได้เดบิวท์อยู่มั้ย ?”

 

ผมตกอยู่ในความเงียบ มองหน้าเขาที่ยังคงซีดผาดแม้ว่าจะดื่มไปมากไปมากแล้ว

 

“แล้วถ้าฉัน… ไม่ได้เดบิวท์ล่ะ… ฉันจะทำไงต่อไปดี…” เขาหัวเราะแห้ง ๆ “ฉันยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ”

 

“อย่าเสียใจไปเลย ฉันก็กลัวอยู่เหมือนกันแหละ” ผมจ้องไปที่ขวดไวน์

 

“5 ปี…” เขายกมือขึ้น “ฉันให้เวลาตัวเอง 5 ปี.. ถ้าฉันไม่ได้เดบิวท์… ฉันจะกลับบ้าน”

 

“กลับบ้านทำไม ?” ผมถาม

 

“หางานทำ เลี้ยงตัวเอง” เขายิ้ม “ดูหน้าฉันซิ… พอเป็นพวกนักเต้นตามบาร์ได้ไหม ?”

 

ผมมองหน้าเขาแล้วส่ายหัวอย่างไม่รู้ “นี่มันธุรกิจนะ… ถ้านายอยากเอาชนะ นายต้องไปทำศัลยกรรมบ้างแหละ”

 

“เฮ้ย” เขาสั่น

 

“เป็นนักเต้นตามบาร์น่ะ ไม่ไหวหรอก..” ผมพูด

 

ผมยิ้มและค่อยพยุงเขาให้ลุกขึ้นจากห้องน้ำและออกประตูไป

 

“นายมีบุหรี่ไหม ?”  เขาถามด้วยตางแดงก่ำ

 

“ฉันไม่คิดว่านายจะสูบหรอกนะ” ผมพูด

 

“เอามาอันนึง” เขาพูดพลางล้วงเข้าไปกระเป๋ากางเกงของผมที่มีบุหรีอยู่ครึ่งกล่อง

เขาหยิบมาหนึ่งมวนแล้วคาบไว้ในปาก มองหาไฟแช็ก

 

 

“เอามาให้ฉัน” ผมหยิบไฟแช็กแล้วจุดบุหรี่ให้เขา อี้ชิงเริ่มไอและสำลัก

 

ผมหยิบขึ้นมาสูบเหมือนกัน ในค่ำคืนที่อนาคตของเขาไม่สามารถคาดเดาได้  แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็รู้… ว่านี่คือค่ำคืนที่ดีที่สุดที่เคยมีมา…

 

 

ที่ห้องครัว อี้ชิงมองตามลู่หานขึ้นไปที่ชั้น 2 แล้วไปที่ห้องนอน  ผมยืนพิงเคาน์เตอร์ในครัว มองลู่หานรีบขึ้นไปที่ชั้น 2 ทักทายชานยอลและแท็กมือกับจงอิน  ชานยอลและลู่หานเล่นด้วยกันไปรอบ ๆ ในความมืด กระซิบเบา ๆ เพื่อเริ่มเข้าสู่การสนทนา

 

“แบคฮยอนไม่เคยทำเรื่องแย่ ๆ ฉันไม่อยากเชื่อ” ชานยอลพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนส่ายหัวเบา ๆ

 

“เขาไม่เคยเป็นแบบนั้น ต้องมีใครสักคนอยู่เบื้องหลัง…” จงอินพูดเสียงเรียบ

 

ชานยอลนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดด้วยเสียงดังอย่างตกใจ “นายหมายถึง… คริส !”

 

จงอินจ้องที่เขาแล้วหันไปมองรอบ ๆ  “พูดเบา ๆ หน่อยได้มั้ย !”

 

ชานยอลปิดปากแล้วเงียบไปชั่วครู่

 

“คริสไม่ทำแบบนั้นหรอก… ถ้าเขาจะฆ่า เขาต้องทำด้วยตัวเอง…”

 

นั่นทำให้ผมรู้สึกอะไรบางอย่าง.. จงอินที่เทรนด้วยกันกับผมมาหลายปี เขาต้องเคยผมถูกดุว่าในคลาสมาบ้าง นั่นเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะใส่ร้ายผมว่าผมเป็นผู้บงการให้ในการฆาตกรรมครั้งนี้…

 

“แล้วจะเป็นใครล่ะ… ไม่ใช่คยองซูหรือเซฮุนแน่  ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆ ต่อให้พวกเขาบ้าไปแล้วก็เถอะ” จงอินกระซิบ

 

“เฮ้ แต่เท่าที่ดูแล้ว…” ชานยอลพูด “คริสนั่นแหละที่น่าสงสัยที่สุด” ผมคิดว่าชานยอลคิดอะไรปัญญาอ่อนมาก ผมก้มหัวลงแล้วหัวเราะเบา ๆ

 

“อี้ชิง ! อี้ชิงล่ะ !” ชานยอลอุทานราวกับว่าค้นพบหนทางใหม่ จงอินปิดปากของชานยอลแล้วดุ

 

“ลู่หานอยู่ในห้องนอนนะ ! เพราะงั้นช่วยพูดเบา ๆ หน่อยได้มั้ย !”

 

“อี้ชิง…เป็นลีดเดอร์นะ” ชานยอลพูดเบา ๆ

 

“เด็กคนนั้น..” จงอินส่ายหัว “ศัตรูของอี้ชิงคือตัวเขาเองนั่นแหละ…” เขาเงยหน้าขึ้นมองบนเพดาน “แต่ถึงเขาจะเป็นลีดเดอร์.. แล้วไงล่ะ ? นายเป็นหัวหน้าเหมือนกันแต่ก็ไม่เห็นมีประโยชน์เลย”

 

ชานยอลก้มหน้าลง เล่นกับนิ้วของเขาไปเรื่อย ๆ บอกจงอินให้รู้ว่าเขากำลังไม่เข้าใจและรู้สึกไม่ยุติธรรม

 

“ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะทำแบบนั้น…” ชานยอลพูดขึ้นในความเงียบ สายตาของเขามองไปที่หน้าต่าง “บางทีมันอาจจะไม่ซับซ้อนขนาดนั้นก็ได้”

 

จงอินก้มหัวลงในความมืด

 

“จุนมยอนลงไปข้างล่างเพื่อดูกระจก แบคฮยอนออกมาแล้วเจอลีดเดอร์… เพราะว่าที่นั่นมันมืดแบคฮยอนก็เลยกลัว…” ชานยอลพูดต่อ “เขาตกใจมากเลยผลักจุนมยอนใส่กระจกนั่น…” ชานยอลขยี้ผมของเขาอย่างใช้ความคิด

 

“ฉันรู้จักจุนมยอนมา 6 ปี…” จงอินกระซิบ “6 ปี …เขาไม่เคยมองฉันด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกแบบนั้น… เหมือนเขาจะพูดอะไรสักอย่าง…”

 

ชานยอลแตะหลังของจงอิน

“ถ้าเกมนี้มันเป็นเรื่องจริง…” จงอินก้มหน้าลงต่ำ “ฉันจะไม่ตายก่อนพวกนั้นแน่”

 

ผมรู้… พวกนั้นที่จงอินพูดถึง… รวมถึงผมด้วย

 

แต่ยังไงผมก็รับฟังที่เขาพูด… ผมกำลังจะเดินไปที่ห้องนอน แต่แบคฮยอนออกมาจากห้องนั้น ชานยอลตกใจเสียงและการเคลื่อนไหวนั้น พอเขามองไปแล้วพบว่าเป็นแบคฮยอน เขาไม่สนใจจงอินและกระโดดลงจากบันไดด้วยขายาว ๆ ของเขา  ชานยอลกอดแบคฮยอนและพยายามจะพาขึ้นไปข้างบน  แบคฮยอนสับสนเล็กน้อยแต่ก็ตามเขาขึ้นไป

 

ผมเดินตรงไปที่ห้องนอน เซฮุนและคยองซูนอนหลับอยู่แต่พวกเขาก็ดูหวาดระแวง อี้ชิงนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ผมเดินไปหาเขาแล้วนั่งข้าง ๆ ..

 

“ฉันหิวน้ำจะตายอยู่แล้ว” เขาพูด

 

“ถ้านายหลับ นายก็ไม่หิวน้ำหรอก” ผมตอบ

 

“ฉันอาจจะตายพรุ่งนี้ก็ได้ นอนตอนนี้มันไม่มีค่าอะไรหรอก” เขามองออกไปนอกหน้าต่าง วันนี้มีดาวอยู่บนท้องฟ้ามากกว่าวันอื่น ๆ หรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยมองไปบนท้องฟ้าก็ได้

 

“ไม่แน่หรอก..” ผมแตะหลังแล้วมองไปที่อี้ชิง “บางทีนายอาจจะมีชีวิตอยู่จนจบเกมเลยก็ได้…”

 

“คนอย่างฉันน่ะนะ ?”

 

“คนแบบไหนล่ะ ?” ผมถามติดตลก

 

“ฉันคือคนที่พร้อมจะโดนฆ่าตายได้ทุกเมื่อ..” เขาสารภาพความจริงที่ใหญ่ที่สุดของเขา… “แล้วช่วงนี้ฉันก็ดวงไม่ดีด้วย… อาทิตย์ที่แล้วบัตรผ่านฉันก็มีปัญหา อาทิตย์ก่อนอยู่ ๆ โคนไอศกรีมก็แตกแล้วก็หกลงมาที่พื้นหมดเลย…”

จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะโยงสองเหตุการณ์นี่ให้เข้ากับเรื่องราวในวันนี้ แต่ผมก็ทำเป็นเข้าใจ และปลอบเขา

 

 “จนป่านนี้ฉันยังไม่ยอมรับความจริงนี่หรอก…” เขาพูดอย่างเศร้า ๆ “ฉันยังกินอาหารดี ๆ ก่อนจะเจอความตายไม่ได้เลย… ถ้าเขารู้ว่าฉันต้องอดอาหารตั้งหลายปีเพื่ออะไร…”

 

เมื่อผมได้เห็นคนตะกละตรงหน้านี้… หัวใจของผมกลับรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก

 

“…ฉันไม่ได้กลับบ้านมาเป็นปี..ยังไม่ได้เงินเดือนเดือนที่แล้วด้วยซ้ำ…” เขายังคงบ่นอย่างไม่หยุดหย่อนกับความตายที่ช่างมาผิดเวลา

 

ผมยืนพิงขอบหน้าต่างแล้วชี้ออกไปข้างนอก “ดูนั่นสิ… อย่างน้อยคืนนี้ก็ยังสวยงาม…”

 

ในความเงียบชั่วครู่ อี้ชิงถามผมขึ้น “ถ้านายรอด.. นายจะทำอะไร ?” ตาของเขาดูสว่างสดใสคล้ายกับดวงดาวพวกนั้น

 

“ฉันคงใช้ชีวิตแบบปกติ” ผมตอบ

 

“แล้วที่ว่าปกติของนายมันแบบไหนกัน ?” อี้ชิงถามอีกครั้ง

 

“กิน…นอน…ดื่มมั้ง”  ผมสาบาน ถ้าเป็นผมแต่ก่อน ผมคงไม่พูดว่า”ดื่ม”

 

“เฮ้” เขาประสานมือไว้ที่ท้ายทอย ก่อนจะเผยรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มอย่างเลือนราง

 

“ถ้านายจะตายพรุ่งนี้ นายอาจจะกินนอนวันนี้ได้น่ะนะ นอกเสียจาก นายดื่มน้ำไม่ได้”

 

“นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย” ผมยิ้ม

 

“ถ้าพรุ่งนี้ฉันต้องตาย…” ผมมองไปนอกหน้าต่าง “…ฉันคงจะหาใครสักคนที่จะมอบจูบของฉันให้เขา…”

 

อี้ชิงนิ่งไปสักพัก ก่อนจะหัวเราะคิกคัก “น่าเสียดายนะ… เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาบุคลิกนายดูเหมือนไม่มีฮอร์โมนเพศชายเลยสักนิด”

 

“นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันต้องไม่ตาย” ผมตอบ

 

“ดูนั่นสิ ! ยุงตัวเมีย !!” เขายังคงแกล้งผมต่อไปเรื่อย ๆ

 

“นายแน่ใจหรอว่าถ้าฉันจูบมันแล้วมันจะไม่ตาย ?”  ผมพูดแล้วเหล่อี้ชิง

 

“ถ้านายทำไม่ได้จริง ๆ …ลู่หานก็น่าจะช่วยได้นะ…” เขาพูดด้วยความเป็นห่วง บอกคำแนะนำทุกอย่างให้กับผม

 

“เห้อ ฉันนี่มันเรื่องมากจริง ๆ”

 

 

 

แบคฮยอนและชานยอลยังคงพูดคุยกันเหมือนวันก่อน ๆ  ผมจำไม่ได้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันบ้าง และผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม  แต่เวลาที่ผมเปิดปากพูดอะไรสักอย่าง มันคล้าย ๆ กับผมพูดกับอากาศ… ผมคงคล้ายอี้ชิงขึ้นทุกวัน…

 

“ฉันจะหยุดพูดแล้ว” อี้ชิงพูดพลางหลับตาลง

 

“ทำไมล่ะ ?” ผมถาม

 

“เพราะฉันต้องประหยัดน้ำลายน่ะ” เขาตอบทั้งที่ยังหลับตา “คุยกับนายมันไม่ช่วยอะไร ฉันต้องรักษาชีวิตฉันนะ”

 

“ยินดีด้วยนะกับวิธีการสอนตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบของนาย” ผมพูด “ทุกคนย่อมมีข้อดีเป็นของตัวเองน่ะ”

 

“ทำไมฉันไม่เลือกลู่หานนะ…” เขาขมวดคิ้ว

 

“นายน่าจะเก็บไปคิดเป็นปัญหาของนายนะ” ผมกลอกตา “พูดออกมามันไม่มีประโยชน์หรอก”

 

“ด้วยความสามารถของนาย… นายน่าจะโดนคนอื่นเล่นงานอีกไม่นานนี้แหละ..”อี้ชิงพูดอย่างเศร้า ๆ

 

“ยังไงฉันก็ตัวใหญ่ที่สุด มันช่วยยื้อเวลาไว้ได้บ้างแหละ” ผมพูดเชิงแขวะเขา “คนที่โดนจัดการง่ายที่สุดน่าจะเป็นนายนะ แดนซิ่งแมชชีน”

 

“อ่อใช่…” เขามองมาที่ผมอย่างจงใจ “เพื่อนนายพอจะช่วยเราสืบเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้มั้ย”

 

“ชานยอล ?” ผมกลอกตา “ทำไมนายไม่ถามลู่หาน ?”

 

“แล้วทำไมนายไม่ถามเทา ?” อี้ชิงเหล่ผม โน้มตัวลงมาที่ผมและอ้าปากหาว

 

“นายคิดว่าเทาจะคุยกับฉันรึไง ? ฉันไม่โดนเขาต่อยก็ดีแค่ไหนแล้ว“ ผมดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเขาไว้

 

“ถ้านายทำอะไรผิด นายก็สมควรได้รับโทษ” เขาพูดขึ้น ไม่เคยพลาดในการสอนผมสักครั้ง

 

“นี่นายกำลังจะนอนเหรอ ?” ผมมองที่อี้ชิง “เหลือเวลาอีก 40 ชั่วโมงที่นายจะมีชีวิตอยู่เนี่ยนะ ?”

 

“มันเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์เหมือนกับการจูบนั่นแหละ” เขาพูดทั้งที่ยังหลับตา “คนที่หลับไปแล้วก็ตายเลยนี่โชคดีจริง ๆ”

 

“ถ้ามีใครมาฆ่านาย ฉันไม่ช่วยนะ” ผมพูด

 

“โอเค, เจอกันบนสวรรค์นะ” เขาพึมพำ

 

“แล้วถ้าฉันฆ่านายล่ะ ?” ผมถาม

 

“งั้นนายก็ไปลงนรกซะ… ขึ้นอยู่กับนาย ใช่มั้ย ?” เขาเม้มปากอย่างดูถูกผม

 

ผมไม่ค่อยสนใจท่าทีนี้หรอก จริง ๆ แล้วผมหัวเราะด้วยซ้ำ พวกเราแกล้งกันแบบนี้ประจำ

 

อี้ชิงหลับไปแล้ว ผมลุกขึ้นแล้วเดินไปทางประตูก่อนจะเข้าห้องน้ำ ในความมืดนั้น ผมเห็นแบคฮยอนนั่งอยู่หน้ากระจกในห้องนั่งเล่น ผมไม่แน่ใจการกระทำของเขา… ผมเดินออกจากประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยเพื่อรอแบคฮยอน … สักครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาเดินไปที่ห้องน้ำ ยืนอยู่หน้ากระจก แบคฮยอนเช็ดอายไลน์เนอร์ออก ก่อนจะเขียนใหม่อยางระมัดระวัง เขาค่อย ๆ เขียนที่ดวงตาข้างซ้ายก่อนข้างขวา… เหมือนกับตอนเตรียมตัวขึ้นแสดง…

 

ผมลดหัวลงต่ำ เก็บความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ลงไป และเลิกคิดอะไรแปลก ๆ …ผมปล่อยให้ประตูยังคงเปิด  และกลับไปที่ห้องนอนอย่างเงียบ ๆ 






———————————————————————————————————————————————————————————————

“ 48 HOURS ”
Original fanfiction written by 辛辛息息
Translated to EN by heecups, flyingbacons and wasabilxx on twitter
Translated to TH by Paaphod on twitter

Oct 22, 20120 notes
Oct 21, 2012147 notes
Oct 20, 2012170 notes
Next page →
2012 2013
  • January 11
  • February
  • March 4
  • April 8
  • May 15
  • June
  • July
  • August
  • September
  • October
  • November
  • December
2011 2012 2013
  • January 6
  • February
  • March 24
  • April 5
  • May 17
  • June 17
  • July 14
  • August 16
  • September
  • October 55
  • November 1
  • December 2
2010 2011 2012
  • January 21
  • February 3
  • March 20
  • April 9
  • May
  • June 3
  • July 8
  • August 6
  • September 4
  • October 7
  • November 37
  • December 6
2010 2011
  • January
  • February
  • March
  • April
  • May
  • June
  • July
  • August
  • September
  • October
  • November
  • December 13